อ่านไว้บ้าง..ทำไมคนที่ทำบาปกรรมอย่างเดียวกัน แต่รับวิบากกรรมต่างกัน

เคยสงสัยหรือไม่ว่า เหตุใดคนสองคนสร้างกรรมในลักษณะอย่างเดียวกัน แต่ได้รับผลแห่งกรรมต่างกัน

ที่เป็นเช่นนั้นก็เป็นไปเพราะ พื้นฐานบุญ บาป เจตนา และวัตถุในการสร้างกรรมต่างกันไป

คนที่จิตได้รับการอบรมมาดี มีศีลธรรมมาก มีคุณความดีมาก หรือมีบุญเก่าเกื้อหนุนนำอยู่มาก เจตนาแห่งการทำบาปน้อยหรือแทบไม่มี ก็ได้รับผลกรรมน้อย หรือแทบไม่มีผลในชาติปัจจุบันเลย

ขณะที่ คนที่จิตใจไม่เคยได้รับการอบรม ไม่มีศีลธรรม ไม่เคยสร้างคุณงามความดี เจตนาแห่งกรรมแรง ความพยายามแรงกล้า ทำชั่วเพียงนิด จิตก็นำพาไปนรกได้

พระพุทธองค์ตรัสเป็นพุทธวจนะว่า

บาปกรรมแม้ประมาณน้อย บุคคลชนิดไร ทำแล้ว บาปกรรมนั้นจึงนำเขาไปนรกได้ ?

บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้มีกายมิได้อบรม มีศีลมิได้อบรม มีจิตมิได้อบรม มีปัญญามิได้อบรม มีคุณความดีน้อย
เป็นอัปปาตุมะ ( ผู้มีใจคับแคบ ใจหยาบ ใจต่ำทราม )
เป็นอัปปทุกขวิหารี ( มีปกติอยู่เป็นทุกข์ด้วยเหตุเล็กน้อย คือเป็นคนเจ้าทุกข์ )

บาปกรรมแม้ประมาณน้อย บุคคลชนิดนี้ทำแล้ว บาปกรรมนั้นย่อมนำเขาไปนรกได้

บาปกรรมประมาณน้อยอย่างเดียวกัน.
บุคคลชนิดไร ทำแล้ว กรรมนั้นจึงเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ไม่ปรากฏผลมากต่อไปเลย ?

บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้มีกายได้อบรมแล้ว มีศีลได้อบรมแล้ว มีจิต…มีปัญญาได้อบรมแล้ว มีคุณความดีมาก
เป็นมหาตมะ ( ผู้มีใจกว้างขวาง ใจบุญ ใจสูง )
เป็นอัปปมาณวิหารี ( มีปกติอยู่ด้วยธรรมอันหาประมาณมิได้ )

บาปกรรมประมาณน้อยอย่างเดียวกันนั้น
บุคคลชนิดนี้ทำแล้ว กรรมนั้นเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ไม่ปรากฏผลมาก ต่อไปเลย

พระพุทธองค์เปรียบเทียบด้วยพุทธวจนะว่า

ภิกษุทั้งหลาย

“ต่างว่า คนใส่เกลือลงไปในถ้วยน้ำเล็กๆ หนึ่งก้อน ท่านทั้งหลายจะสำคัญว่ากระไร ?

น้ำอันน้อยในถ้วยน้ำนั้น จะกลายเป็นน้ำเค็มไม่น่าดื่มไป เพราะเกลือก้อนนั้นใช่ไหม ?

“เป็นเช่นนั้น พระพุทธเจ้าข้า !”

เพราะเหตุไร ?
เพราะเหตุว่า น้ำในถ้วยน้ำนั้นมีน้อย มันจึงเค็มได้…เพราะเกลือก้อนนั้น.

ต่างว่า คนใส่เกลือก้อนขนาดเดียวกันนั้นลงไปในแม่น้ำคงคา ท่านทั้งหลายจะสำคัญว่ากระไร?

น้ำในแม่น้ำคงคานั้นจะกลายเป็นน้ำเค็ม ดื่มไม่ได้ เพราะเกลือก้อนนั้นหรือ ?

“หามิได้ พระพุทธเจ้าข้า !”

เพราะเหตุไร ?
เพราะเหตุว่า น้ำในแม่น้ำคงคามีมาก น้ำนั้นจึงไม่เค็ม…เพราะเกลือก้อนนั้น.

ฉันนั้นนั่นแหละ.

ภิกษุทั้งหลาย

บาปกรรมแม้ประมาณน้อย
บุคคลบางคนทำแล้ว บาปกรรมนั้นย่อมนำไปนรกได้

ส่วนบาปกรรมประมาณน้อยอย่างเดียวกันนั้น
บางคนทำแล้ว กรรมนั้นเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ไม่ปรากฏผลมากต่อไปเลย

องคุลิมาลเป็นตัวอย่างที่เห็นชัด แม้นฆ่าคนมากมายแต่เพราะกรรมนั้นเป็นกรรมสักแต่ทำ และมีบุญเก่าที่เกิดมาเป็นพญาเต่าเรือนที่ช่วยเหลือผุ้คนเป็นอันมากไว้ แต่กลับโดนรุมเชือดเนื้อกิน เมื่อเกิดมาในชาติสุดท้ายจึงเสวยกรรมคืนแก่คนเหล่านั้น ส่วนตัวเองก็ไม่เคยทำบาปกรรมหนักใดๆ ไว้ จึงทำให้ได้รับผลกรรมเป็นเพียงการถูกขว้างด้วยก้อนหินเท่านั้น

การจะบรรเทาความทุกข์นั้น จึงพึงสร้างกรรมดีสะสมไว้เกื้อหนุน มิใช่เพื่อให้ร่ำรวยสุขสบาย หล่อสวย แต่เพื่อน้อมนำให้จิตเกิดปัญญาหลุดพ้นนำไปสู่ทางแห่งพระนิพพานได้

บาปทั้งหลายทั้งปวง คือ ทางกาย 3 วาจา 4 และความคิด 3 จึงเป็นสิ่งต้องละเว้น และพึงสร้างบุญทางกาย 3 วาจา 4 และมโน 3 เป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดไป

หากเมื่อบุญเต็มพร้อมบริบุรณ์แล้วเมื่อใด ต่อให้ทั่วฟ้าจบดินกั้นก็ไม่อาจขวางคนผู้นั้นให้ประสบความสำเร็จได้

ขอบคุณที่มา ธ.ธรรมรักษ์
ขอบุญรักษาทุกท่าน โปรดแชร์ต่อ เพื่อเป็นธรรมทาน.

Facebook Comments