แนะนำ 15 พรรณไม้แนวรั้วสวยๆ ช่วยพรางสายตา ทนแดดทนฝน

ใครที่กำลังมองหารั้วบ้านแบบธรรมชาติ โทนเขียวสบายตา อีกหนึ่งวิธีทำรั้วบ้านที่คนนิยมกันไม่น้อยนั่นก็คือ “การทำรั้วบ้านด้วยต้นไม้” คือผมว่ามันเป็นการทำรั้วบ้านที่คลาสสิคเอามากๆเลยนะครับ มันทั้งสวย ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยให้บ้านเราร่มรื่น ไม่ทึบจนเกินไป จะทำเอาต้นไม้อย่างเดียวมาล้อมไปรั้วเลย หรือว่าจะเอาไปปลูกนอกรั้วกำแพงของเราอีกทีก็ได้ ยังไงก็ดูสวยอยู่ดี

วันนี้เรามีต้นไม้ทำรั้วบ้านมาแนะนำกันครับ โดยเป็น 15 ต้นไม้ยอดนิยมที่คนไทยชอบเอามาปลูกเพื่อทำเป็นรั้วบ้านกัน ถ้าพร้อมแล้วตามมาดูได้เลย

1.ไทรเกาหลี

ลักษณะทั่วไป : เป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกริมรั้วเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปลูกเอาไว้ทำเป็นแนวรั้ว หรือปลูกริมกำแพงร่วมกับพืชดอกชนิดอื่น มีลักษณะไม้พุ่มทรงสูง และทรงของพุ่มจะค่อนข้างแน่น ตัวพุ่มประกอบไปด้วยใบสีเขียวสดที่เรียงตัวซ้อนกันอยู่เป็นชั้น ๆ เมื่อโตเต็มที่ไทรเกาหลีจะมีขนาดความสูงได้ประมาณ 5-6 เมตร ส่วนตัวใบของต้นไทรเกาหลีนั้นจะมีสีเขียวเข้มจัดรูปทรงค่อนข้างเรียว ใบมัน และมียางสีขาว  มีใบดกตลอดทั้งปี  ส่วนของลำต้นด้านบนจะเห็นไม่ชัดเนื่องจากใบที่หนาแน่นปกคลุมอยู่มาก โดยตัวลำต้นส่วนล่างที่มองเห็นได้จะมีสีเทาปนน้ำตาล ตามกิ่งจะมีรากย้อยลงมาซึ่งเป็นลักษณะแบบเดียวกับต้นไทรชนิดอื่นด้วย   ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของต้นไทรเกาหลีคือแทบจะไม่มีการผลัดใบ ทำให้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการจัดการกับปัญหาเศษใบไม้ร่วง

การดูแล : ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง สามารถเติบโตในดินธรรมดาได้ดี   และสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเสียบยอดหรือเพาะเมล็ด

2.โมก

ลักษณะทั่วไป : โมกเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-12 เมตร ผิวเปลือกสีน้ำตาลดำ ลำต้นกลมเรียบมีจุดเล็ก ๆ สีขาวประทั่วต้น แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบลำต้นไม่เป็นระเบียบใบเป็นใบเดียวออกเรียงกันเป็นคู่ตามก้านใบลักษณะใบ เป็นรูปไข่ รี ปลายใบมนแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ เนื้อใบบางสีเขียว ขนาดใบกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ อยู่ตามปลายกิ่ง ช่อหนึ่งมีดอก 4-8 ดอก ลักษณะดอกจะคว่ำหน้าลงสู่พื้นดินมีกลีบดอก 5 กลีบ มีสีขาวกลิ่นหอม ดอกบานเต็มที่มีขนาด ประมาณ 2 เซนติเมตร ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกจะออกมาเป็นคู่ ลักษณะโค้งงอเข้าหากัน ภายในมีขี้เรียงอยู่จำนวนมาก ขนาดความยาวของฝักประมาณ 10-15 เซนติเมตร

สำหรับต้นโมกนั้น คนโบราณเชื่อว่า หากปลูกต้นโมกเอาไว้ภายในบ้าน ก็จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์สะอาด มีแต่ความสุขกายสุขใจ ปลอดภัย และรอดพ้นจากสิ่งอันจะนำความทุกข์ร้อน มาสู่คนในครอบครัว ส่วนดอกของต้นโมกนั้น มีสีขาวสะอาด มีกลิ่นหอมสดชื่นตลอดทั้งวัน นอกจากจะให้ความสบายตาแล้ว ยังให้ความสบายใจอีกด้วย

การดูแล : ต้นโมกต้องการแสงแดดปานกลาง จนถึงแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง ควรให้น้ำ 5-7 วันต่อครั้ง นอกจากนี้ต้นโมกยังชอบดินร่วนซุย ที่มีความชื้นปานกลาง และควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ในอัตรา 1-2 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 4-6 ครั้ง

3.เฟื่องฟ้า

ลักษณะทั่วไป : เฟื่องฟ้าเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางประเภทเถาเลื้อย ลำต้นมีความยาวประมาณ 1-10 เมตร มีลำเถาแข็งแรงเลื้อยไปได้ไกล ผิวลำต้นสีเทาหรือสีน้ำตาลลำต้นมีหนามคมแหลมยาวประมาณ 0.51 เซนติเมตร ติดอยู่เป็นระยะ ๆ ลักษณะของทรงพุ่มสามารถตัดแต่ง และบังคับทิศทางการเจริญเติบโตได้ใบเป็นใบเดี่ยวแตกตามเถาลักษณะรูปไข่ปลายใบแหลมโคนใบมนขอบใบเรียบพื้นใบเรียบสีเขียว ขนาดใบกว้าง 2 – 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อตามส่วนยอด มีกลีบดอกหรือใบประดับ 3กลีบ ส่วนดอกจะมีดอกเล็กสีขาว กลีบดอกจะมีขนาดและสีสรรแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์

ทั้งนี้ คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นเฟื่องฟ้าไว้ประจำบ้าน สามารถสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น เพราะเฟื่องฟ้าเป็นพรรณไม้ ที่ได้รับสมญาว่า เป็นราชินีแห่งไม้ประดับเนื่องจากสามารถนำเฟื่องฟ้าไปใช้ประโยชน์ในด้านสุนทรียภาพเพื่อประดับสวนอาคารบ้านเรือนและสถานที่สำคัญต่าง ๆ

นอกจากนี้คนไทยโบราณยังมีความเชื่ออีกว่าเฟื่องฟ้าเป็นไม้มงคลทำสำคัญของเทศกาลตรุษจีน เพราะต้นเฟื่องฟ้าสามารถออกดอกสะพรั่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนจึงทำให้บางคนเรียกต้นเฟื่องว่าว่าต้นตรุษจีนดังนั้นบางคนเชื่อว่า เมื่อช่วงดอกเฟื่องฟ้าบานแสดงถึง ความเบิกบาน สว่างไสว ความรุ่งเรือง ที่ก้าวไกลแห่งชีวิต

สำหรับตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นเฟื่องฟ้า ไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางด้าน ให้ปลูกในวันพุธ และถ้าจะให้เป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น ผู้ปลูกควรเป็นสตรี เพราะเฟื่องฟ้าเป็นราชินีแห่งไม้ประดับ ดังนั้นชื่อจึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับสุภาพสตรี

การดูแล : เฟื่องฟ้านั้น เรียกได้ว่าเป็นดอกไม้ที่เลี้ยงง่ายตายยาก โดยทั่วไปแล้วเฟื้องฟ้าชอบน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ  3 – 5 วัน/ครั้ง และควรปลูกในดินร่วนซุย ที่มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ส่วนเรื่องโรคและแมลงก็ไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไรนัก แต่ควรระวังไม่ให้น้ำมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้รากเน่าได้

4.ดอกแก้ว

ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ สีเขียวเข้ม เปลือกต้น สีขาวเทา แตกเป็นร่องตามยาว ส่วนใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ มีใบย่อย 5-9 ใบ เรียงสลับกันจากเล็กไปหาใหญ่ สีเขียวเข้มเป็นมัน ใบย่อยที่ปลายก้านใบรูปไข่ รูปรี หรือรูปไข่กลับ ปลายแหลม โคนแหลมหรือสอบ ขอบเป็นคลื่นหรือหยักมนตื้น ๆ โคนใบเบี้ยวเล็กน้อย ใบมีต่อมน้ำมัน สำหรับดอกนั้น เป็นช่อดอกสั้น ออกตามง่ามใบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม  กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบเลี้ยง ขนาดเล็ก ปลายมน กลีบดอกรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ยาวประมาณ 1.2 เซนติเมตร เรียงซ้อนเหลื่อม ฐานรองดอกรูปวงแหวน เกสรเพศผู้ 10 อัน ยาวไม่เท่ากัน ยาวประมาณกึ่งหนึ่งของกลีบดอก ก้านเกสรเพศผู้แบน รังไข่ติดเหนือวงกลีบ ก้านเกสรเพศเมียหนา ยาวประมาณ 0.7 เซนติเมตร ยอดเกสรรูปโล่ ร่วงง่าย ดอกบานเต็มที่กว้าง 2-2.5 เซนติเมตร

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้เป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ มีความเบิกบาน เพราะ แก้ว คือ ความใสสะอาด ความสดใส นอกจากนี้ดอกแก้วยังมีสีขาวสะอาดกลิ่นหอมอบอวล ทั้งยังสามารถนำดอกแก้วไปใช้ในพิธีบูชาพระในพิธีทางศาสนาได้ ถือเป็นสิริมงคลยิ่ง  และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นแก้วไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ

การดูแล :  ต้นแก้วต้องการแสงแดดจัด และควรรดน้ำอย่างน้อย 3 – 5 วัน/ครั้ง ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1 – 2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 – 6 ครั้ง หรือใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ สูตร 15-15-15  อัตรา 200- 300 กรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 – 6 ครั้ง

5.ดอกเข็ม

ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้พุ่มออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอดหรือกิ่งข้าง ดอกมีหลากสีด้วยกันคือ สีแดง ส้ม ชมพู เหลือง และขาว เป็นต้น ดอกเข็มมีลักษณะเป็นหลอดเล็ก ๆ ที่ปลายหลอดมีกลีบแยกจากกันเป็น 4 กลีบ ถ้าดอกซ้อนอาจจะมีถึง 8 กลีบ หรือมากกว่านั้น เกสรตัวผู้ติดอยู่ที่หลอดดอกด้านบน และอยู่สลับกับกลีบ เกสรตัวเมียยื่นเลยหลอดดอกออกมา มี 2 แฉก เข็มจะออกดอกตลอดทั้งปี น้ำหวานจากดอกเข็มมีปริมาณมาก เราสามารถดูดน้ำหวานด้วยปากโดยตรงจากดอกเข็มแต่ละดอกได้โดยง่าย

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกเข็มไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีความฉลาดเฉียบแหลม เพราะเข็มคือสิ่งที่มีความแหลมคมดังนั้นคนไทยโบรานจึงใช้ดอกเข็มในพิธีไหว้ครูเพื่อจะได้เป็นนักปราชญ์ที่มีสติปัญญาฉลาดเฉียบแหลมนอกจากนี้ยังใช้ดอกเข็มเป็นเครื่องบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพิธีทางศาสนาได้เป็นสิริมงคลยิ่งนัก

ส่วนตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นเข็มไว้ ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธเพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางดอก ให้ปลูกในวันพุธ

การดูแล :  ต้นเข็มชอบแสงแดดจัด ๆ หรือแสงแดดกลางแจ้ง ส่วนน้ำต้องการน้ำเพียงแค่ปานกลางเท่านั้น และต้นเข็มยังสามารถทนต่อความแห้งแล้งได้  ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย มีความชุ่มชื้น และควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ 5-6 ครั้ง/ปี

6.พลับพลึง

ลักษณะทั่วไป :  เป็นพืชล้มลุกหลายฤดู มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวกลม ส่วนที่โผล่พ้นดินเป็นกายใบอัดกันแน่น ส่วนใบเป็นใบเดี่ยว  เรียงซ้อนเป็นวงกว้าง 7-15 เซนติเมตร ยาว 1 เมตร ปลายใบแหลม  แผ่นใบอวบหนา  มีหน่อจำนวนมากขึ้นรวมกันเป็นกอ แผ่นใบเป็นมันเรียบ ลักษณะแคบ เรียวยาว เรียงเวียนรอบ แกนลำต้น ออกดอกเป็นช่อ มีก้านช่อดอกยาว สำหรับดอกนั้น มีลักษณะช่อดอกขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายปากแตร ผลค่อนข้างกลม มีสีขาวหรือม่วงแดง  ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง  มีดอกย่อยจำนวนมาก 10-30 ส่วนดอกพลับพลึง มีก้านช่อดอกที่อวบใหญ่ กลีบดอกตอนโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว 7-10 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 6 กลีบแคบ ๆ กว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 7 เซนติเมตร ดอกทยอยบาน มีกลิ่นหอม พลับพลึงดอกสีแดงจะมีช่อดอกและดอกใหญ่กว่าพลับพลึงดอกสีขาว

การดูแล :   พลับพลึงชอบขึ้นในดินที่ชื้นสามารถทนอยู่ในดินแฉะที่ไม่ค่อยระบายน้ำหรือในบริเวณที่แห้งแล้งในบางช่วงได้  นิยมปลูกกันตามร่องสวนในภาคกลางทั่วไป  เป็นพืชที่ทนทาน ไม่ต้องมีการบำรุงรักษามากนัก

7.พุทธรักษา

ลักษณะทั่วไป : พุทธรักษาเป็นพรรณไม้ล้มลุก เนื้ออ่อนอวบน้ำ ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่า เหง้า มีการเจริญเติบโตโดยแตกหน่อเป็นกอคล้ายกับกล้วย ลักษณะหน่อที่เจริญเป็นต้นเหนือพื้นดินนั้นมีลักษณะกลมแบนสีเขียวขนาดลำต้นโตประมาณ 2-4 เซนติเมตร ใบมีขนาดใหญ่สีเขียวโคนใบและปลายใบรีแหลม ขอบใบเรียบ กลางใบเป็นเส้นนูนเห็นได้ชัดโคนใบมีก้านใบซึ้งยาวเป็นกาบใบหุ้มลำต้นซ้อนสลับกัน ขนาดใบกว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 25-35 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อตรงส่วนยอดของลำต้น ช่อดอกยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร ประกอบด้วยดอก 8-10 ดอก และมีกลีบดอกบางนิ่ม ขนาดของดอกและสีสันแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์

นอกจากนี้ คนโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นพุทธรักษาไว้ประจำบ้านจะช่วยคุ้มครอง ป้องกันอันตรายแก่บ้านและผู้อาศัยได้ เพราะพุทธรักษาเป็นพรรณไม้ที่คนโบราณเชื่อว่า มีพระเจ้าคุ้มครองรักษาให้มีความสงบสุข คือเป็นไม้มงคลนั่นเอง สำหรับตำแหน่งของผู้ปลูกนั้น เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นพุทธรักษาไว้ทางทิศตะวันตก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ

 การดูแล :  ดอกพุทธรักษา ชอบแสงรำไร หรือแสงแดดจัดกลางแจ้ง และต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 3-5 วัน/ ครั้ง  เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/กอ ปีละประมาณ 4-6 ครั้ง

8.ต้นอโศกอินเดีย

แม้ว่าที่มาของ “ต้นอโศกอินเดีย” จะมาจากการที่นักบวชชาวคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก เป็นผู้ที่นำมาปลูกในไทย แต่เราก็คุ้นหน้าคุ้นตากับเจ้าไม้ยืนต้นประเภทนี้เป็นอย่างดี เพราะด้วยความสูงที่สูงได้ถึง 25 เมตร มียอดทรงพุ่มพีระมิด ออกใบสีเขียว เรียวยาวและหนาทึบ ลำต้นแข็งแรง ช่วยบังแดดบังลมได้ดี มันจึงถูกนำมาปลูกเพื่อทำเป็นแนวกั้นรั้วกันมาก โดยนำต้นกล้าที่แข็งแรงมาปลูกตามแนวรั้ว เว้นระยะให้ห่างกันประมาณ 1-2 เมตร ปลูกด้วยดินทั่ว ๆ ไป ดูแลรดน้ำปานกลาง แต่ถ้าในช่วงหน้าแล้งต้องรดน้ำมากกว่าปกติเพื่อป้องกันใบร่วง อย่าปล่อยให้มีน้ำขัง ชอบแดดจัด และหมั่นตัดแต่งยอดเพื่อควบคุมความสูงให้ได้ตามที่ต้องการ

9.ต้นไผ่

หากใครที่อยากให้บ้านมีบรรยากาศสไตล์เซน (Zen) ดูเงียบสงบและร่มเย็น ปลูกต้นไผ่เอาไว้ทำแนวกั้นรั้วน่าจะเหมาะ ต้นไผ่จะขึ้นกอ ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องและสูงเป็นพิเศษ ออกใบเรียวยาว ช่วยบังแดดและลมได้เป็นอย่างดี เป็นพืชที่มีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่นิยมนำมาปลูกทำแนวกั้นรั้ว ได้แก่ ไผ่สีสุก ไผ่เตี้ย ไผ่ป่า ไผ่น้ำเต้า นอกจากนี้ไผ่ยังถือเป็นต้นไม้มงคลที่ส่งเสริมเรื่องโชคลาภและความสำเร็จอีกด้วย ก่อนปลูกควรพรวนหน้าดินตากแดดประมาณ 2 ครั้ง รองก้นหลุมดินด้วยปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก แล้วนำกิ่งไผ่หรือกอที่แยกไว้มาปลูก กลบดินให้แน่น ใช้ฟางคลุมหน้าดินเพื่อเก็บความชื้นและป้องกันวัชพืช ดูแลรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะในหน้าร้อน ส่วนหน้าฝนและหน้าหนาวควรรดน้ำแต่พอดี

10.ต้นข่อย

ไม้ยืนต้นขนาดกลางที่สามารถพบได้ทั่วไป ซึ่งข้อดีที่ว่าเลี้ยงง่ายและไม่ต้องดูแลให้ยุ่งยากนี่แหละ ที่ทำให้คนรักสวนนิยมนำมาทำเป็นรั้วบ้าน ต้นข่อยสามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ได้ถึง 5-15 เมตร มีลักษณะทรงพุ่ม ลำต้นแข็งแรง ออกใบหนาทึบ ออกดอกเป็นช่อ และยังมีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาและบำรุงร่างกายได้ด้วย นิยมขยายด้วยการปักชำและเพาะเมล็ดก่อน จึงค่อยนำมาปลูกลงในหลุมดิน ดูแลง่าย รดน้ำปานกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ทุกสภาพอากาศ และหมั่นตัดแต่งกิ่งก้าน เพื่อให้เป็นแนวรั้วตามที่ต้องการ

11.ต้นชาฮกเกี้ยน

หากชื่อไม่คุ้นหู ให้ลองนึกถึงต้นไม้ริมถนนที่ถูกดัดให้เป็นรูปคนหรือรูปสัตว์ ด้วยลักษณะที่เป็นทรงพุ่ม ออกใบสีเขียวเข้มหนาทึบ ออกดอกสีขาว ลำต้นสูงประมาณ 2 เมตร และสามารถนำมาดัดให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ จึงเหมาะแก่การนำมาปลูกเป็นแนวกั้นรั้วบ้าน ขยายพันธุ์ได้ 2 แบบคือ การปักชำและการเพาะเมล็ด เมื่อได้ต้นกล้าที่สมบูรณ์แล้วให้นำมาปลูกในหลุมดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก เว้นระยะต้นละ 1 คืบ ดูแลรดน้ำในตอนเช้าเพียงครั้งเดียวหรือเมื่อสังเกตเห็นดินเริ่มแห้งเกินไป แต่อย่ารดจนน้ำขัง หมั่นตัดแต่งกิ่งก้านให้เป็นรูปรั้วอย่างที่ต้องการ

12.ต้นคริสติน่า

“ต้นคริสติน่า” เป็นต้นไม้ชื่ออินเตอร์ที่นิยมนำมาจัดสวนและปลูกทำแนวกั้นรั้ว มีลักษณะเป็นทรงพุ่มขนาดกลาง สูงได้เต็มที่ประมาณ 10 เมตร ออกใบสีเขียวหนาแน่นทั้งต้น ใบใหม่จะมีสีแดงช่วยปรับเปลี่ยนบรรยากาศในสวนให้มีสีสัน ปลูกโดยการนำต้นกล้าหรือต้นคริสติน่าที่แข็งแรงสมบูรณ์มาปลูกลงในหลุมดินที่ระบายน้ำได้ดี วางระยะให้เรียงต่อกันเป็นรั้วอย่างที่ต้องการ ดูแลรดน้ำปานกลางวันละ 1 ครั้ง หากเจอใบแห้งเหี่ยวให้ตัดทิ้งโดยด่วนและบำรุงปุ๋ย เพียงเท่านี้ต้นก็จะแตกยอดขึ้นมาใหม่

13.ซองออฟอินเดีย

ไม้พุ่มขนาดกลาง สูงได้ถึงประมาณ 2-5 เมตร ทรงพุ่มทึบบริเวณยอด ปลูกในดินร่วนซุย หรือปนทรายได้ ชอบแสงแดดเต็มวัน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับสวนหย่อม ริมสระว่ายน้ำ ริมทะเล มุมอาคาร ในอาคาร สามารถตัดแต่งพุ่มได้

14.ยี่โถ

ไม้พุ่มขนาดกลาง สูงได้ถึงประมาณ 1.50-2.50 เมตร เติบโตเร็ว ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี เหมาะปลูกเป็นกลุ่มริมทะเล ริมถนน ทางเดิน ลานจอดรถ สวนสาธารณะ รีสอร์ท ทนแล้งและสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี แต่ลำต้นมียางเป็นพิษ จึงไม่ควรปลูกใกล้สนามเด็กเล่น

15.หมากเหลือง

อยู่ในตระกูลปาล์ม สูงได้ถึง 8 เมตร แต่ความสูงที่สวยงามอยู่ในช่วง 1–3 เมตร ควรปลูกในดินร่วน ชอบแสงรำไร เหมาะปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกลงแปลง นิยมปลูกเป็นฉากกั้น หรือแนวแบ่งขอบเขตพื้นที่ ปลูกประดับในอาคาร ไม้ริมทะเล.

พอจะมีต้นไม้ชนิดไหนบ้างไหมครับที่น่าสนใจนำมาปลูกทำรั้วที่บ้าน เอาเป็นว่าใครที่กำลังมองหาไอเดียทำรั้วบ้านหรือยังตัดสินใจเลือกวัสดุทำรั้วบ้านไม่ได้ ก็ลองนำต้นไม้ปลูกทำรั้วบ้านเหล่านี้ไปพิจารณากันดูนะครับ เพื่อให้ได้รั้วแบบธรรมชาติที่มีความสามารถเท่ากับรั้วทั่ว ๆ ไปยังไงล่ะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kroobannok.com, nanagarden.com, thaigoodview.com, paisarn.com, utaiwan-farm.com และ thaigoodview.com

Facebook Comments