แชร์เก็บไว้เลย “เห็ดอะไรกินได้/กินไม่ได้” วิธีสังเกตุเห็ดพิษ และการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง

ในปีที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 3 ส.ค. 2560 พบผู้ป่วยจากการกินเห็ดพิษแล้ว 836 ราย เสียชีวิต 4 ราย.!!
จากสถิติพบว่า 5 จังหวัดแรก ที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ หนองคาย และยโสธร.
กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 45-54 ปี รองลงมาคือ 65 ปีขึ้นไป และ 55-64 ปี ตามลำดับ. หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าอาจจะเป็นเห็ดพิษ ไม่ควรเก็บมาปรุงอาหาร พร้อมหลีกเลี่ยงการกินเห็ดร่วมกับดื่มสุรา.!!

ในช่วงฤดูฝนของแต่ละปีจะพบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นประจำ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชาชนนิยมเก็บเห็ดป่าในธรรมชาติมากิน แต่เนื่องจากเห็ดป่านั้นมีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้


เห็ดที่ขึ้นตามธรรมชาติมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ในฤดูฝน มีทั้งเห็ดที่กิน ได้และเห็ดที่มีพิษ แยกได้ยาก เห็ดที่รับประทานไม่ได้เนื่องจากมีพิษ ได้แก่ เห็ดตับเต่าบางชนิด เห็ดระโงกหิน เห็ด สมองวัว เห็ดน้ำหมึก เห็ดหิ่งห้อย เห็ดเกล็ด และอื่นๆอีกหลายชนิด ลักษณะของเห็ดที่ไม่ควรบริโภคได้แก่ เห็ดที่ เป็นสีน้ำตาล เห็ดที่มีหมวกเห็ดสีขาว เห็ดที่มีปลอกหุ้มโคน เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก เห็ดที่มีโคนอวบใหญ่เห็ดที่มี ปุ่มปม เห็ดที่มีหมวกเห็ดเป็นรูปๆ แทนที่จะเป็นช่องๆคล้ายครีบปลา เห็ดที่มีลักษณะคล้ายสมอง หรืออานม้า เห็ดตูมที่มีเนื้อในสีขาว เห็ดที่ขึ้นที่มูลสัตว์หรือใกล้มูลสัตว์ เห็ดที่ขึ้นในสวนยางพารา.

อาการแสดงเมื่อรับประทานเห็ดพิษ

ผู้ที่รับประทานเห็ดพิษส่วนใหญ่ จะมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ง่วงนอน ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้องอย่างรุนแรงหรือ ท้องเสีย บางรายที่มีร่างกายอ่อนแอหรือเป็นโรคภูมิแพ้ ก็อาจจะเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ อาการพิษของเห็ดจะแสดงอาการหลังกินหลายชั่วโมง ซึ่งพิษอาจกระจายไปมากแล้ว

วิธีปฐมพยาบาลก่อนส่งแพทย์

  • ต้องทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มาก และดูดพิษ
  • โดยใช้น้ำอุ่นผสมผงถ่าน ที่เรียกว่า Activated charcoal ให้ดื่ม 2 แก้ว
  • แก้วแรกให้ล้วงคอให้อาเจียนออกมาก่อน แล้วดื่มแก้วที่ 2 ล้วงคอให้อาเจียน
  • ถ้าไม่มีผงถ่าน ให้ทานไข่ขาวดิบ 3-4 ฟองแทน เพื่อทำให้อาเจียน
  • นำส่งแพทย์พร้อมตัวอย่างเห็ดหากเหลืออยู่
  • ห้ามล้างท้องด้วยการสวนทวารหนัก
  • หากรับประทานเห็ดแล้วมี อาการ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศรีษะ หรือถ่ายเหลว ร่วมด้วย ไม่ควรซื้อยากินเองหรือไปรักษากับหมอพื้นบ้าน ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขที่สถานบริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้านทันที

เห็ดที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกว่าเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งเห็ดชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มเห็ดที่มีความคล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาวหรือไข่ห่านที่สามารถกินได้ แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ เห็ดระโงกพิษ จะมีก้านสูง กลางดอกหมวกจะนูนเล็กน้อย มีกลิ่นเอียนและค่อนข้างแรง นอกจากนี้ยังมีเห็ดป่าชนิดที่มีพิษรุนแรงคือ เห็ดเมือกไครเหลือง โดยประชาชนมักสับสนกับเห็ดขิง ซึ่งชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า แต่ยากแก่การสังเกตด้วยตาเปล่า ส่วนเห็ดอีกชนิด คือ เห็ดหมวกจีน จะเป็นเห็ดที่คล้ายกับเห็ดโคนขนาดเล็ก

ทั้งนี้ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนําไปต้มกับข้าวสาร เป็นต้น ซึ่งวิธีเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ โดยเฉพาะเห็ดระโงกพิษที่มีสารที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้

ในโอกาสนี้ขอเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเก็บเห็ดไข่ห่าน เห็ดโม่งโก้ง เห็ดระโงก หรือเห็ดระงาก ขณะที่ยังเป็นดอกอ่อนหรือดอกตูม ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนกลมรี คล้ายไข่ มารับประทาน เนื่องจากไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นเห็ดมีพิษหรือไม่มีพิษ เพราะลักษณะดอกตูมภายนอกจะเหมือนกัน ที่สำคัญหากไม่แน่ใจ ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าจะเป็นเห็ดพิษ ก็ไม่ควรเก็บหรือซื้อมาปรุงอาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงการกินเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษเห็ดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422.

ต่อไปนี้คือตัวอย่างเห็ดพิษต่างๆ และอาการแสดง

ย้ำอีกครั้ง.! หลักสำคัญคือ ต้องรู้จักเห็ดชนิดนั้นเป็นอย่างดีก่อนจะนำมาปรุงอาหาร และหากสงสัยว่าเกิดอาการป่วยจากเห็ด ให้รีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที หรือโทรสายด่วน 1669. หากไม่แน่ใจ ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าจะเป็นเห็ดพิษ ก็ไม่ควรเก็บหรือซื้อมาปรุงอาหาร รวมถึง หลีกเลี่ยงการกินเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษเห็ดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422.

ขอให้แชร์ข้อมูลนี้ต่อๆกันไป เพื่อป้องกันอันตรายจากการรับประทานเห็ดพิษ  เพราะแต่ละปีมีคนไทยเจ็บป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก

เรียบเรียงโดย :เพจอีสานวันนี้
ข้อมูลจาก : สำนักโรคติดต่อทั่วไป / สำนักระบาดวิทยา/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค.
Cr.รูปภาพ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
สมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก

Facebook Comments