รู้หรือไม่..ผักผลไม้ 10 ชนิดนี้ ไม่ควรปอกเปลือกออกก่อนทาน.!

ถ้าไม่อยากพลาดคุณค่าสุดเจ๋ง ต้องกินทั้งเปลือก.! หลายคนชินกับการปอกเปลือกผักและผลไม้ต่างๆ เพราะคิดว่ามันกินไม่ได้ใช่มั้ยล่ะจ๊ะ เปลือกผักผลไม้บางชนิดที่เราปอกทิ้ง ขอบอกให้ชัดๆ ว่าที่จริงแล้วอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ ไม่ลิ้มลองสักนิดจะเสียดาย เพราะเรามักจะคิดว่าผักผลไม้ที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้มีคุณประโยชน์อยู่ที่เนื้อในของผักผลไม้เท่านั้น และปอกเปลือกทิ้งเพราะกลัวเรื่องสารพิษตกค้าง โดยที่เราไม่ทราบว่าเราได้ทิ้งคุณค่าทางอาหารที่เผลอ ๆ จะมีมากกว่าเนื้อที่เรารับประทานกันเสียอีก อย่าให้คุณค่าเหล่านั้นเสียไปโดยที่เรายังไม่ทันได้รู้ถึงสิ่งดี ๆ ที่มีในเปลือกกันดีกว่า

ลองไปดูคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณเด็ด ๆ ของเปลือกผักผลไม้ 10 ชนิดนี้ที่เราหยิบมาฝากกันค่ะ อาจจะทำให้คุณเปลี่ยนใจหันมารับประทานเปลือกไปพร้อมๆกับเนื้อกันมากขึ้นก็ได้นะ แถมไม่ต้องเสียเวลาปอกให้เมื่อยมือกันค่ะ

1.ฟักทอง

เปลือกฟักทองแข็ง ๆ อย่าเพิ่งคิดว่ารับประทานไม่ได้เชียวนะ เพราะเจ้าเปลือกฟักทองสีเขียว ๆ นั้นเมื่อนำไปทำให้สุกแล้วก็สามารถรับประทานได้เหมือนกับเนื้อฟักทองปกติ แถมยังมีสรรพคุณดีๆ เยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมความดันโลหิต บำรุงอวัยวะต่าง ๆ และช่วยสร้างเสริมส่วนที่สึกหรอ เห็นไหมว่ารับประทานเปลือกเข้าไปด้วยก็ได้ประโยชน์เพิ่มอีกเยอะเลย.

ประโยชน์ของฟักทอง

  1. ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความแก่ชรา
  2. ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิวให้เปล่งปลั่งสดใสและช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น
  3. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  4. ฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย
  5. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
  6. น้ำมันจากเมล็ดฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงประสาท
  7. เมล็ดฟักทองช่วยทำให้อารมณ์ดี เพราะมีสารที่ช่วยในการสร้าง Serotonin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์
  8. มีฤทธิ์ในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  9. เป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรืออยากลดความอ้วน เพราะมีไขมันน้อย กากใยสูง
  10. ฟักทองมีกรดโปรไบโอนิค ซึ่งมีส่วนทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง
  11. มีส่วนช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
  12. มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ
  13. ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณข้อเข่า บั้นเอว
  14. มีส่วนช่วยป้องกันโรคผิวหนัง
  15. เปลือกฟักทองมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน

2. มะเขือม่วง

เปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยสารแอนตี้อ็อกซิแดนท์ที่ช่วยทำให้ไม่แก่เร็ว และยังช่วยป้องกันโรคต่างๆด้วยดีมากๆ เพราะฉะนั้นถ้าทำอาหารเมนูมะเขือม่วงครั้งต่อไป ไม่ต้องปอกเปลือกนะคะ

สรรพคุณของมะเขือม่วง

  1. ดอกสดหรือดอกแห้ง นำมาเผาให้เป็นเถ้า แล้วบดให้ละเอียด ใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน (ดอก)
  2. ผลแห้งมีสรรพคุณเป็นยาขับเสมหะ (ผลแห้ง)
  3. ลำต้นหรือรากใช้ต้มกินเป็นยาแก้บิด หรือจะนำใบแห้งมาป่นให้เป็นผงใช้เป็นยาแก้โรคบิดก็ได้เช่นกัน (ลำต้น, ราก, ใบแห้ง)
  4. ช่วยแก้อาการตกเลือดในลำไส้ (ผลแห้ง)
  5. ใบแห้งใช้เป็นยาแก้ปัสสาวะขัด (ใบแห้ง)
  6. ช่วยรักษาโรคหนองใน (ใบแห้ง)
  7. ผลสดใช้เป็นยาพอกบริเวณที่เป็นแผลอักเสบ ฝีหนอง หรือโรคผิวหนังเรื้อรังและผดผื่นคัน (ผลสด)
  8. ลำต้นหรือรากนำมาคั้นเอาน้ำใช้ล้างแผลเท้าเปื่อย (ลำต้น, ราก)
  9. ผลแห้งใช้ทำเป็นยาเม็ดแก้ปวด

3. มันเทศ

เปลือกของมันเทศนั้นมีสารอาหารมากมายเลยค่ะ เช่นวิตามินซี โพแทสเซี่ยม และเบต้าแคโรทีน

สรรพคุณของมันเทศ

  1. หัวมันเทศช่วยลดไขมันในเลือดได้ ด้วยการนำผลมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน
  2. หัวใช้ชงกับน้ำดื่มช่วยแก้กระหายน้ำ
  3. หัวใช้ชงกับน้ำดื่มช่วยแก้เมาคลื่นได้
  4. รากเป็นยาระบาย
  5. หัวเป็นยาแก้บิด
  6. หัวใช้ชงกับน้ำดื่มช่วยบำรุงม้ามไต
  7. น้ำคั้นจากหัวใช้เป็นยาทาแก้แผลไฟไหม้ได้

4. แตงกวา

ถึงแม้ว่าเปลือกมันจะดูขรุขระไม่น่ากินไปซักหน่อย แต่รู้ไหมว่ามันมีประโยชน์มากนะจ๊ะ เปลือกแตงกวามีไฟเบอร์สูงมาก ช่วยป้องกันอาการท้องผูกดีมากๆเลยนะคะ

สรรพคุณของแตงกวา

  1. แตงกวามีสารฟีนอลที่ทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ
  2. ผลและเมล็ดอ่อนมีฤทธิ์ช่วยต่อต้านมะเร็ง
  3. ช่วยลดความดันโลหิต
  4. ช่วยรักษาสมดุลต่าง ๆ ในร่างกาย รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ระดับภูมิคุ้มกันให้อยู่ในสุขภาพดี
  5. ช่วยควบคุมระดับความดันเลือดและความสมดุลของสารอาหารในร่างกาย (โพแทสเซียม, แมงกานีส)
  6. ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ ระบบการหมุนเวียนเลือด (แมกนีเซียม)
  7. ช่วยเสริมสร้างการทำความของระบบประสาท เพิ่มความจำ (ผล, เมล็ดอ่อน)
  8. ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ (ผล, เมล็ด) เส้นใยอาหารจากแตงกวาช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล
  9. ให้พลังงานต่ำ เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

5. แครอท

เราแค่นำแครอทล้างน้ำให้สะอาดก็พอแล้วจ้า เพราะการปอกเปลือกแครอทนั้นเหมือนเป็นการเอาสารอาหารดีๆไปหมดเลยนะ

สรรพคุณของแครอท

  1. ช่วยบำรุงสุขภาพผิวให้สดใสเปล่งปลั่ง
  2. ช่วยป้องกันเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายได้ง่ายจากมลภาวะแสงแดดต่าง ๆ
  3. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
  4. ช่วยบำรุงกระดูก ฟัน เหงือก เล็บ ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  5. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  6. ช่วยสร้างสร้างภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  7. ช่วยยับยั้งต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
  8. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  9. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  10. ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
  11. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไหลเวียนของเลือด
  12. ช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนัง
  13. ช่วยบำรุงเส้นผม
  14. ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤษ์ อัมพาต
  15. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว
  16. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา รักษาโรคตาฟาง และต้อกระจก
  17. ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งพองและไทยรอยด์เป็นพิษ
  18. ช่วยย่อยอาหาร และช่วยแก้และบรรเทาท้องผูก
  19. แครอทมีสรรพคุณใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
  20. ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน
  21. ช่วยรักษาฝี แผลเน่าต่าง ๆ

6. หัวไชเท้า หรือผักกาดหัว

วิธีการก็เหมือนแครอทเลยจ้า ล้างน้ำให้หัวไชเท้าสะอาดก็ใช้ได้แล้วจ้า เปลือกมีสารอาหารไม่แพ้เนื้อในค่ะ เสียดายแย่เลยถ้าปอกทิ้ง

สรรพคุณของหัวไชเท้า หรือผักกาดหัว

  1. ผักกาดหัวเป็นผักที่หลาย ๆ ประเทศนิยมนำมาทำเป็นอาหาร เมนูหัวไชเท้า เช่น แกงจืด แกงส้ม ต้มจับฉ่าย ต้มจืดหัวไชเท้า ขนมหัวผักกาด สลัดหัวผักกาด ยำหัวผักกาด เป็นต้น
  2. ประโยชน์ของหัวผักกาด สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทองเชื่อว่ามีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวลเหมือนคนหนุ่มสาว
  3. เป็นผักสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เป็นหวัด มีอาการไอ คออักเสบเรื้อรัง และมีเสียงแหบแห้ง ด้วยการนำหัวไชเท้าสดมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ไว้ในขวดแก้ว หลังจากนั้นโรยน้ำตาล 2-3 ช้อนโต๊ะ ปิดฝาทิ้งไว้ 1 คืน แล้วรินน้ำดื่มเป็นประจำ
  4. คั้นเป็นน้ำดื่มดับกระหาย ด้วยการนำหัวไชเท้าสดมาคั้นเอาน้ำแล้วเติมน้ำขิง น้ำตาลทรายขาวพอหวาน แล้วนำมาต้มให้เดือดแล้วจิบบ่อย ๆ
  5. มีส่วนช่วยในการนอนหลับ
  6. มีส่วนช่วยแก้โรคประสาท
  7. ช่วยลดความดันโลหิต
  8. หัวผักกาดมีสารลิกนิน (Lignin) ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการเสื่อมของเซลล์ และมีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้
  9. หัวไชเท้ามีสารเควอร์เซทิน (Quercetin) ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค และช่วยต่อต้านมะเร็ง

7. แอปเปิ้ล

หลายคนปอกเปลือกแอปเปิ้ลเพราะมันเหนียว เคี้ยวขาดยาก แต่นั่นเป็นวิธีที่ผิดนะจ๊ะ เพราะในเปลือกของแอปเปิ้ลนั้นมีสารอาหารอยู่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี เควอซิทีน ไทรเทอร์พินอยด์ ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งด้วยนะ ล้างให้สะอาดแล้วกัดสดๆคือวิธีการกินที่แอปเปิ้ลที่ง่าย ได้ประโยชน์สูงสุดค่ะ

ประโยชน์ของแอปเปิ้ล

  1. แอปเปิ้ลมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการชะลอวัย
  2. แอปเปิ้ลเหมาะกับการเป็นอาหารที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดความอยากอาหารลง แม้แอปเปิ้ลจะมีน้ำตาลแต่ร่างกายก็สามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ภายใน 10 นาที
  3. ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด หากรับประทานเป็นประจำวันละ 2-3 ผล
  4. เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด เพราะแอปเปิ้ลมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำในปริมาณสูงที่จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย
  5. เป็นอาหารที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยภาวะเลือดเป็นกรด ไขข้อรูมาติก โรคเกาต์ ดีซ่าน
  6. แอปเปิ้ลก็มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดฝ้าได้เหมือนกันนะ
  7. ช่วยในการลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  8. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้
  9. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้โดยตรง
  10. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  11. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
  12. ช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง
  13. ช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก
  14. ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร
  15. ช่วยลดไข้และช่วยลดการอักเสบ
  16. ช่วยละลายเสมหะ
  17. ช่วยลดความดันโลหิต
  18. ช่วยบำรุงหัวใจ

8.แตงโม

แตงโมมีสารอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญอย่างมากนั่นก็คือ Citrulline (ซิทรูไลน์) ซึ่งจะพบสารนี้ในเปลือกมากกว่าส่วนของเนื้อ ดังนั้นการรับประทานแตงโมที่มีส่วนเปลือกขาว ๆ ติดมาด้วยก็จะเป็นประโยชน์ที่ดีมากกว่าที่จะกินแต่เนื้อสด ๆ สำหรับประโยชน์ของสารนี้ก็คือ จะช่วยขยายเส้นเลือด ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและยังเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนอีกด้วย เพราะมีแคลอรีต่ำมาก อย่างไรก็ตามก่อนที่เราจะผ่าแตงโมรับประทาน ควรจะล้างเปลือกให้สะอาดเสียก่อนเพื่อป้องกันสารพิษตกค้างซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะแตงโมเป็นพืชที่ถูกรบกวนได้ง่ายจากแมลงศัตรูพืชต่าง ๆ ชาวสวนจึงนิยมที่จะฉีดยาฆ่าแมลงเป็นปกติ

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยว่าในเนื้อและเปลือกของแตงโมมีสารออกฤทธิ์ที่ทำงานคล้ายกับไวอากรา หากบริโภคเข้าไปมาก ๆ สาร Citrulline ในแตงโมจะทำปฏิกิริยากับเอนไซม์ในร่างกายทำให้เกิดกรดอะมิโนอาร์จินีนขึ้นมา ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้นทำให้หลอดเลือดคลายตัวและทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้นคล้าย ๆ กับฤทธิ์ของไวอากรา

9.กล้วย

ไม่ต้องงง .! ถ้าพูดถึงเปลือกกล้วยหลาย ๆ คนก็อาจจะคุ้นเคยกันดีเพราะว่าในอาหารบางอย่าง เช่น แหนมเนือง ก็นำกล้วยดิบทั้งเปลือกมาหั่นรับประทานเป็นเครื่องเคียง หรือทางภาคอีสานจะมีเมนูตำผลไม้เปรี้ยวๆ ก็จะมีกล้วยดิบผสมด้วย แต่ถ้าไม่ชอบรับประทานกล้วยดิบละก็ รับประทานเปลือกกล้วยตอนที่กล้วยสุกก็ได้ประโยชน์สูงเหมือนกัน เพราะเปลือกกล้วยนั้นก็มีคุณค่าทางอาหารไม่น้อยกว่าเนื้อกล้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 6 วิตามินบี 12 แมกนีเซียม และโพแทสเซียม อีกทั้งยังมีไฟเบอร์ที่มีสูงกว่าในเนื้อกล้วย สามารถช่วยระบบขับถ่าย นอกจากนี้ในเปลือกกล้วยก็ยังมีสารทริปโตเฟน (Tyrptophan) ที่ช่วยสร้างเสริมสารเซโรโทนินในร่างกาย ส่งผลทำให้อารมณ์ดีขึ้น ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าได้ดีอีกด้วยค่ะ

ประโยชน์ของการกินกล้วย

  1. ช่วยลดกลิ่นปากได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ควรรับประทานหลังตื่นนอนตอนเช้าทันทีแล้วค่อยแปรงฟัน และถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าจะยิ่งช่วยลดกลิ่นปากได้ดีขึ้น
  2. กล้วยช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ
  3. กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และวิตามินซี
  4. ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมองของคุณ เพราะมีสารที่ช่วยทำให้มีเกิดสมาธิและมีการตื่นตัวตลอดเวลา
  5. กล้วยก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหมือนกันนะ ที่ช่วยในการชะลอความแก่ตัวของร่างกายนั่นเอง
  6. กล้วยมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้ เพราะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ลดอาการอยากกินของจุกจิกลงได้พอสมควร
  7. สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ กล้วยคือคำตอบสำหรับคุณ
  8. อาการหงุดหงิดยามเช้า กล้วยก็ช่วยคุณได้เหมือนกัน
  9. ช่วยลดอาการหงุดหงิดของผู้หญิงในช่วงประจำเดือนมา
  10. ช่วยลดอาการเมาค้างได้ดีระดับหนึ่ง เพราะจะช่วยชดเชยน้ำตาลที่ร่างกายขาดไปในขณะดื่มแอลกอฮอล์
  11. เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ เพราะในกล้วยมีวิตามินเอ ซี บี 6 บี 12 โพรแทสเซียม และแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจากการเลิกนิโคติน
  12. ช่วยรักษาอาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหารซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ

10.ส้ม มะนาว เลมอน

อึ้งไปเลยไหม..!! ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้ ส่วนของเปลือกมีวิตามินซีสูงกว่าเนื้อในถึง 2 เท่า ! แถมยังอุดมด้วยสารไรโบฟลาวิน วิตามินบี 6 แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม นอกจากนี้สารฟลาโวนอยด์ที่อยู่ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและต้านการอักเสบอีกด้วย วิธีรับประทานก็ไม่ต้องรับประทานสด ๆ ก็ได้ค่ะ เพราะถ้ารับประทานสด ๆ แล้วอาจจะทำให้รู้สึกขมๆหน่อยนึง ลองนำไปแปรรูปแบบอบแห้งหรือเชื่อมเอาไว้รับประทานเป็นของว่างก็น่าจะดีกว่า หรือจะนำไปขูดละเอียดโรยบนสลัดก็ได้ประโยชน์ไม่ต่างกันค่ะ

สรรพคุณของส้ม

  1. ส้มมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากมาย จึงช่วยในการชะลอวัย
  2. ส้มมีคุณสมบัติในการช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ช่วยลดเลือนหรือชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้
  3. ส้มช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  4. ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีไม่แห้งกร้าน
  5. ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก เพราะส้มมีวิตามินซี
  6. ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ด้วยแคลเซียมและวิตามินดีจากส้ม
  7. การกินส้มก็ช่วยลดสภาวะความเครียดได้เหมือนกันนะ
  8. ส้มช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
  9. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  10. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  11. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
  12. ช่วยในการขับถ่าย เพราะส้มมีกากใยสูง
  13. ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งที่ปาก กล่องเสียง และที่กระเพาะ
  14. ช่วยป้องกันการเป็นอัมพาตหากกินผลไม้ตระกูลส้มเป็นประจำ.

รู้อย่างนี้แล้ว ควรเข้าใจเสียใหม่ งดปอกเปลือกผักผลไม้พวกนี้ได้แล้วนะจ๊ะ เพราะคุณค่าของมันอยู่ที่เปลือกมีมากมายนั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็ควรล้างให้สะอาดนะ เพราะอาจมีสารเคมีตกค้างอยู่ได้จ้า.

เราอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี.. โปรดแชร์บทความนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทุกคนค่ะ

ขอบคุณที่มาข้อมูล
stack.com,womenshealthmag.com, girlsallaround.com, health.kapook.com,medthai.com
เรียบเรียงโดย :เพจอีสานวันนี้

Facebook Comments